คลังเก็บป้ายกำกับ: ข่าวด่วน

อดีตนักมวยไทยไฟท์ โดน พนง.ร้านอาหารใช้ขวดฟาด เย็บ 25 เข็ม

อดีตนักมวยไทยไฟท์ ร้องตำรวจชนะสงคราม ถูกพนักงานร้านอาหารย่านข้าวสารใช้ขวดฟาดหัว-ใบหน้า แตกเย็บ 25 เข็ม

นายเบซัด ราฟิก ดูส (Behzad Rafigh Doust) อายุ 34 ปี ชาวอิหร่าน อดีตนักชกมวยไทยไฟท์ ฉายา “เบซัด มวยไทย อะคาเดมี่” เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.บุญวิโรจน์ ขันไชย รอง สว.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม หลังถูกทำร้ายร่างกายที่อาหารแห่งหนึ่งภายในถนนข้าวสาร เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

โดย นายเบซัด กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองกับเพื่อนรวม 5 คน ไปดื่มกินที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในถนนข้าวสาร ตั้งแต่เวลา 23.00 น. วันที่ 26 ส.ค. กระทั่งก่อนร้านปิดตนเดินไปเข้าห้องน้ำได้พบกับพนักงานร้านหน้าห้องน้ำกลับไม่ให้ตนเข้า อ้างว่าตนไม่ได้ซื้อเครื่องดื่มภายในร้าน ตนจึงชูขวดเครื่องดื่มให้

จากนั้นพนักงานหยิบขวดออกจากมือมาตีที่หัวตน ตนจึงใช้หมัดต่อยพนักงานคนดังกล่าวจนฟันหัก ก่อนที่ตนจะถูกตะลุมบอน แล้วเพื่อนช่วยนำส่ง รพ.ราชวิถี โดยได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก มีบาดแผลที่ใบหูและคางต้องเย็บ 25 เข็ม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่อง หรือ ทำร้ายอีกฝ่ายก่อนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำนายเบซัด และตัวแทนของร้าน พร้อมเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาทะเลาะวิวาทและจะทำการเปรียบเทียบปรับคู่กรณี 2 ฝ่ายต่อไป

ญาติ ผอ.อ้อย นำร่างทรงทำพิธีตามหาตัว แต่ยังไร้วี่แวว

ญาติ ผอ.อ้อยนำร่างทรงเข้าไปทำพิธี บริเวณอ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง เพื่อตามหาตัว ล่าสุดยังไร้วี่แวว

ความหน้าจากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา ล่าสุด ที่อ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นายโชคชัย สายแก้ว นายก อบต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยญาติพี่น้องของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุญาตนำร่างทรงเข้าไปประกอบพิธีที่บริเวณอ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง และบริเวณใกล้กับฐานทหารแห่งหนึ่ง

สำหรับตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ซึ่งร่างทรงได้ทำพิธีเข้าทรงแล้ว ปรากฏว่า ร่างทรงได้ร้องไห้คร่ำครวญคล้ายกับว่า มีวิญญาณของ ผอ.อ้อยมาเข้าร่าง และแจ้งกับญาติพี่น้องว่าหนาวมากขอให้ช่วยนำตัวกลับบ้านด้วย เมื่อญาติถามว่า ขณะนี้อยู่ที่ใด ร่างทรงบอกว่า อยู่ในน้ำเป็นปล่องน้ำไหล ขอให้นำตัวกลับบ้านด้วย และชี้มือไปทางทิศตะวันออก

จากนั้นร่างทรงได้สงบนิ่งลง ญาติของ ผอ.อ้อย ได้พากันเดินค้นหาตามลำห้วยผึ้งและในป่าข้างลำห้วยผึ้งแต่ผ่านไปนานกว่า 5 ชม.ยังไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อยแต่อย่างใด

ทางด้าน นายโชคชัย กล่าวว่า ขณะนี้ญาติ ผอ.อ้อย ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ซึ่งตนในฐานะที่เป็น นายก อบต.ต้องให้การสนับสนุนในการตามหาอย่างเต็มที่ แม้ว่าในวันนี้จะยังไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อย แต่ว่าตนและญาติพี่น้องของ ผอ.อ้อยก็จะยังคงค้นหาต่อไปจนกว่าจะพบร่างของ ผอ.อ้อย

ไฟไหม้แท็กซี่ คนขับพร้อมผู้โดยสารอีก 5 หนีตายกันจ้าละหวั่น

คนขับแท็กซี่เผยนาทีระทึก! หลังรับผู้โดยสาร จู่ๆ รถดับก่อนบึ้ม เกิดไฟไหม้ลามรวดเร็ว ทั้งคนขับทั้งผู้โดยสารหนีตายกันจ้าละหวั่น

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์นั่งสาธารณะ ที่บริเวณหน้าสถาบันโรคทรวงอก ถ.ติวานนท์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครนนทบุรี เร่งระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณ ถ.ติวานนท์ ขาเข้า มุ่งหน้าแยกแคราย พบรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทศ 2050 กทม. ของสหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ จำกัด ด้านหน้าห้องเครื่องถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด เบาะด้านหน้าไฟไหม้หมดเกือบถึงด้านหลัง

ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายแสงทอง อายุ 52 ปี ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารจำนวน 5 คน ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ประกันภัยเข้าตรวจสอบพร้อมติดต่อรถยกเข้าซ่อม

นายแสงทอง กล่าวว่า ตนรับผู้โดยสารมาจำนวน 5 คน โดยรับมาจาก ซ.ทานสัมฤทธิ์ จะไป ซ.ไทรม้า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเครื่องดับ ตนก็สตาร์ตใหม่ จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ด้านหน้า และไฟได้ลุกไหม้ลามมาอย่างรวดเร็ว ตนและผู้โดยสารต่างคนต่างวิ่งหนีตาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้ามาช่วยดับไฟ ทั้งนี้ รถคันนี้ติดตั้งระบบแก๊ส NGV

เบื้องต้นตำรวจสายตรวจได้เข้าตรวจสอบ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ประกันภัยเข้าตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนประสานรถยกให้ทำการเครื่อนย้าย เนื่องจากการจราจรติดขัดเป็นจำนวนมาก

หนุ่มกัมพูชากระโดดสะพานลงแม่น้ำ โผล่ชู 2 นิ้วก่อนจมน้ำหาย

หนุ่มกัมพูชาขอพักในตู้จราจร โดยมาขอข้าวและบอกว่าไม่ได้นอนมา 4 วัน ก่อนแอบหนีไป ต่อมามีผู้พบเห็นปีนขึ้นบนขอบสะพาน ก่อนกระโดดลงแม่น้ำจมหายไป

เมื่อเวลาประมาณ 14.45 น. เมื่อวานนี้ (20 ส.ค. 60) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนครสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่า มีคนกระโดดลงจากสะพานเดชาติวงศ์ ฝั่งขาล่อง เขต อ.เมือง จ.นครสวรรค์ แล้วจมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาหายสาบสูญไป จึงรีบจัดทีมชุดนักประดาเดินทางไปให้การช่วยเหลือ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพบว่า บนราวสะพานมีโทรศัพท์มือถือของคนที่กระโดดลงแม่น้ำวางอยู่ จึงเก็บไว้ตรวจสอบ

ส่วนการลงค้นหาคนหายในน้ำ ทีมกู้ภัยนักประดาน้ำไม่สามารถลงงมค้นหาได้ เนื่องจากกระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเชี่ยวกรากอย่างรุนแรง จึงทำได้แค่เพียงใช้เรือตรวจการณ์ขับค้นหาโดยรอบบริเวณเพียงเท่านั้น โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง การค้นหาก็ยังไม่พบเจอแต่อย่างใด

ขณะที่การสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่า คนที่กระโดดลงไปในแม่น้ำ ลักษณะเป็นชายวัยรุ่น ไว้ผมประบ่า และสวมเสื้อคลุมสีดำ ทำทีเดินวนเวียนไปมาอยู่บนสะพานตรงจุดที่กระโดด คล้ายเหมือนคนมีอาการกลุ้มใจ เดือดร้อนใจ แล้วจู่ๆ ก็ปีนขึ้นไปบนราวสะพานก่อนจะกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา จมหายไปพักหนึ่ง จากนั้นก็โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ชูสองนิ้วโชว์ให้กับผู้ที่เห็นเหตุการณ์ แล้วก็จมน้ำหายไปอีกรอบ ตรงบริเวณด้านหน้าสถานีวิทยุ สวท.นครสวรรค์ ซึ่งห่างจากสะพานเดชาติวงศ์ ประมาณ 100 เมตร

นอกจากนี้ยังมีผู้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่า ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะกระโดดลงแม่น้ำนั้น ได้พบเห็นกำลังวิ่งหน้าตาตื่นตกใจ และมองหลังตลอด คล้ายกับวิ่งหนีอะไรมาบางอย่าง อยู่ที่บริเวณปากซอยป่าไม้ ก่อนที่จะมาทราบว่าอีกทีว่า เป็นชายคนเดียวกันที่กระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีรายงานล่าสุดว่า ชายวัยรุ่นรายนี้ ชื่อนายวาทู เป็นชาวกัมพูชา โดยมีรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองนครสวรรค์ ว่า นายวาทูได้เข้ามาขอกินข้าวและกินยาคลายเครียดอยู่ในตู้จราจรชอนตะวัน โดยอ้างว่าไม่ได้นอนมา 4 วันแล้ว และในระหว่างที่ทางเจ้าหน้าที่จะเหมารถให้ไปส่งนายวาทูที่รังสิต ปทุมธานีนั้น จู่ๆ ก็ได้ขอเข้าห้องน้ำ แล้วแอบหนีหายไปทันที จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งจะมีการค้นหาศพ พร้อมกับตรวจสอบ

สั่งเสียให้จัดงานศพประหยัด เก๋ไก๋! นำเครื่องครัวแต่งหน้าหีบศพพ่อเฒ่า

ฮือฮา สารพัดเครื่องครัวหน้าหีบศพพ่อเฒ่า ลูกหลานเผยนำช้อน ชาม ถาด ประดับประดาแทนดอกไม้สด เมื่อเสร็จงาน ถวายวัดใช้ประโยชน์ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (17 ส.ค.) ที่งานบำเพ็ญกุศลศพของ นายชอบ อายุ 90 ปี สร้างความฮือฮากับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานศพเป็นอย่างมาก เพราะเจ้าภาพงานศพ ซึ่งเป็นลูกหลานของผู้ตาย ได้นำจาน ช้อน ถาด และเครื่องใช้ในครัวเรือนมาประดับประดาตกแต่งเป็นแจกันใส่ดอกไม้หลากหลายชนิด

รวมทั้งใส่ผลไม้ตามฤดูกาลในพื้นที่ วางประดับหน้าหีบศพแทนดอกไม้สดเหมือนงานศพทั่วๆ ไป ซึ่งถือเป็นความคิดไอเดียที่ดี เพราะเครื่องครัวเหล่านี้หลังจากเสร็จสิ้นงานศพจะนำถวายวัดเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

นายรัชตมะโสภณ อายุ 46 ปี หลานผู้ตายเล่าว่า นายชอบได้สั่งก่อนตายไว้ว่า หากตนตายเมื่อใด การจัดงานศพต้องไม่ฟุ่มเฟือย เปลืองเงินทอง ขอให้จัดงานศพแบบเรียบง่าย ประหยัด หลังนายชอบเสียชีวิตด้วยโรคชรา ลูกหลานจึงตกลงกันว่าจะจัดงานศพแบบไม่ฟุ่มเฟือย

โดยเฉพาะหน้าหีบศพจะนำเครื่องใช้ในครัวเรือนหลายชนิดมาประดับตกแต่งแทนดอกไม้สดที่มีราคาแพงมาก เช่น ช้อน จาน ชาม ถ้วย เพื่อประหยัดและได้ใช้ประโยชน์หลังเสร็จสิ้นงานศพ เครื่องครัวที่วางหน้าหีบศพจะถวายวัด เพื่อให้พระสงฆ์นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป